บริษัท ฟูรูกาวา ออร์โตโมทีฟ ซีสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด (ต่อไปนี้เรียกว่า “บริษัท” “เรา” หรือ “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล”) จดทะเบียนตามกฎหมายไทย โดยมีที่อยู่ของสถานประกอบการตั้งอยู่เลขที่ 789/131 หมู่ 1 นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง ถนนหนองค้อ-แหลมฉบัง ตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี , 789/72 หมู่ 1 นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง ถนนหนองค้อ-แหลมฉบัง ตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี รวมถึงคลังสินค้าต่างๆ ในจังหวัดชลบุรี , 518 หมู่ 1 นิคมอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี ตำบลหนองกี่อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี โดยบริษัทเป็นบริษัทในเครือของ บริษัท ฟูรูคาวา คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น บริษัทประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการ ผลิตและประกอบอุปกรณ์เชื่อต่อสัญญาณถุงลมนิรภัยรถยนต์
ชุดสายไฟรถยนต์ และ กล่องพักสายไฟ
บริษัทเคารพในสิทธิความเป็นส่วนตัวของลูกค้า คู่ค้า และลูกค้าให้ (ต่อไปนี้รวมกันเรียกว่า “ลูกค้า” “คู่ค้า” หรือ “เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” หรือ “ท่าน” หรือ “ของลูกค้า”) และบริษัทจะพยายามในทุกวิถีทางเพื่อความโปร่งใสในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่าน
นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ (ต่อไปนี้เรียกว่า “นโยบาย”) ได้กำหนดหลักเกณฑ์สำหรับบริษัทในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อให้สอดคล้องกับ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 (ต่อไปนี้เรียกว่า “พรบ.คุ้มครองข้อมูลฯ”) นโยบายฉบับนี้ปรับใช้กับข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในความครอบครองหรืออยู่ภายใต้การควบคุม รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ ที่อยู่ในการครอบครองขององค์กรอื่นๆ ซึ่งบริษัทมอบหมายในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ของบริษัท บริษัท ลูกจ้าง หรือคู่สัญญาที่ปฏิบัติงานในนามของบริษัทจะปฎิบัติตามกระบวนการและหลักการต่างๆ ที่ได้กำหนดไว้ในนโยบายนี้ตลอดเวลา
อนึ่ง “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
- หลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
นโยบายนี้มีจุดประสงค์เพื่อที่จะปฎิบัติตาม พรบ.คุ้มครองข้อมูลฯ โดยพรบ.คุ้มครองข้อมูลฯ ได้กำหนดหลักการต่างๆ เพื่อให้คู่สัญญาที่เกี่ยวข้องปฎิบัติตามกฎหมายฉบับนี้ โดยในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องเป็นไปตามหลักการดังต่อไปนี้
- หลักความถูกต้อง ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมไว้จะต้อง ถูกต้อง (accurate) สมบูรณ์ (complete) และเป็นปัจจุบัน (up–to–date) ตามความจําเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ของการนําข้อมูลนั้นไปใช้
- หลักการแจ้งวัตถุประสงค์ บริษัทจะแจ้งให้ ท่านซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ทราบถึงวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลในขณะหรือก่อนทําการเก็บ รวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้น
- หลักความยินยอม บริษัทจะขอความยินยอมที่เหมาะสมจากท่าน เพื่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายกำหนดข้อยกเว้นให้ไม่ต้องขอความยินยอม
- หลักการเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างจํากัด บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยจํากัดเฉพาะแต่ข้อมูลที่จําเป็นและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของบริษัท ที่ได้แจ้งให้ทราบ และบริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยวิธีการที่เป็นธรรมและชอบด้วยกฎหมาย
- หลักการจํากัดการใช้ การเปิดเผย และการเก็บรวบรวม บริษัทจะต้องไม่นําข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้หรือเปิดเผยเพื่อวัตถุประสงค์ อย่างอื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลหรือเป็นไปตามที่กฎหมายกําหนด และข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องถูกเก็บรักษาไว้ในระยะเวลาเพียงเท่าที่จําเป็นสําหรับการดําเนินการตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวเท่านั้น
- หลักการรักษาความปลอดภัย ข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องได้รับ การรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ
- ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่จัดเก็บโดยบริษัท
การให้บริการต่างๆ ของบริษัท เช่น การให้บริการเกี่ยวกับโลจิสติกส์ ตัวแทนออกของ และผู้แทนส่งสินค้ากับลูกค้า คู่ค้า หรือลูกค้าใหม่ บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวกับคุณหรือบุคคลใดๆ ซึ่งท่านอาจจะได้แจ้งกับทางบริษัทซึ่งข้อมูลดังต่อไปนี้
- ข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคล เช่น ชื่อ เพศ ภาพถ่าย วันเดือนปีเกิด ลายมือชื่อ ภาพถ่าย และข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ ที่ท่านได้มอบให้แก่เรา เป็นต้น
- รายละเอียดการติดต่อ เช่น ที่อยู่ทางไปรษณีย์ ข้อมูลการจัดส่ง ที่อยู่สำหรับการส่งใบแจ้งหนี้ หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรสาร อิเมล์ ไอดีไลน์ (ID Line) บัญชีผู้ใช้เฟสบุค (Facebook Account) ตลอดจนข้อมูลการติดต่อใดๆ ที่ท่านได้มอบให้แก่บริษัท
- ประวัติที่ออกโดยทางราชการ เช่น บัตรประชาชน ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ หรือหนังสือเดินทาง หมายเลขประกันสังคม สถานการณ์เข้าออกเมือง และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
- ข้อมูลทางการเงิน เช่น รายละเอียดธนาคาร ข้อมูลการเกี่ยวกับภาษีอากร ข้อมูลบัตรเครดิต/เดบิต หมายเลขบัตรเดบิต/เครดิต รายละเอียดการชำระเงิน ข้อมูลการเรียกเก็บเงิน และข้อมูลทางการเงินอื่นๆ
- ข้อมูลทางด้านไอที เช่น ข้อมูลในการเข้าถึงระบบไอทีและเครือข่ายของบริษัท เช่น หมายเลขไอพี ไฟล์ และอุปกรณ์ซอฟแวร์และฮาร์ดแวร์ต่างๆ
- ข้อมูลรักษาความปลอดภัย เช่น การเข้าถึงและการใช้ (เพื่อการติดต่อบริษัท) และการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด
- ข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งพื้นที่ เช่น ตำแหน่งพื้นที่ของอุปกรณ์ของท่านเมื่อท่านใช้บริการของเรา เช่น ข้อมูลจาก GPS Wi-Fi เข็มทิศ เครื่องวัดความเร่ง หรือการตรวจจับการเคลื่อนไหวอื่นในอุปกรณ์ของท่าน
- ข้อมูลด้านการตลาดและการขาย เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมของลูกค้า และข้อมูลที่ได้รับจากการใช้บริการของเรา การใช้โซเชียลมีเดีย ตลอดจนรายละเอียดข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ
- ข้อมูลการใช้เวปไซด์ เช่น เมื่อคุณเข้าชมเว็ปไซด์ของเรา เราอาจจัดเก็บข้อมูล IP address ของคุณ ข้อมูลตำแหน่ง ประเภทของบราวเซอร์ ระบบการทำงาน เว็ปไซด์ที่อ้างอิง ความสนใจและการใช้โปรแกรมผ่านคุกกี้ และเทคโนโลยีติดตามอื่นๆ
ข้อมูลส่วนบุคคลที่กล่าวถึงข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่าง โดยบริษัทอาจจะดำเนินการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติมเพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่กล่าวถึงไว้ข้างต้น บริษัทอาจจะมีการปรับปรุงนโยบายนี้เป็นครั้งคราวเพื่อที่จะให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในข้อมูลส่วนบุคคลและให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทอาจจะเก็บรวบรวม ข้อมูลละเอียดอ่อน (Sensitive Personal Data) ยกตัวอย่างเช่น เชื้อชาติ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในศาสนา ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน และประวัติอาชญากรรม ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลละเอียดอ่อนดังกล่าวจากท่านโดยบริษัทได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ที่บริษัทอาจจะไม่ต้องขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
- เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคลซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม
- เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
- เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฎิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
- เพื่อประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข เช่น การป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดที่อาจติดต่อหรือแพร่เข้ามาในราชอาณาจักร หรือการควบคุมมาตรฐานหรือคุณภาพ ความปลอดภัยด้านการสาธารณสุข
- เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะ วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ ตาม พรบ.คุ้มครองข้อมูลฯ
หากท่านได้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามแก่เรา (เช่น แนะนำลูกค้าใหม่ บุคคลที่อ้างอิง และผู้อ้างอิง) เช่น ชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ ฯลฯ กรุณาแจ้งบุคคลเหล่านั้นให้ทราบถึงนโยบายฯ ฉบับนี้ และ/หรือขอความยินยอมจากบุคคลเหล่านั้นในกรณีที่จำเป็นสำหรับบริษัท
- ฐานทางกฎหมายในการจัดเก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะปรับใช้ฐานทางกฎหมายที่เหมาะสมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ พรบ.คุ้มครองข้อมูลฯ ฐานทางกฎหมายดังต่อไปนี้จะนำมาปรับใช้เพื่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
- ฐานความยินยอม (Consent)
- ฐานประโยชน์สำคัญต่อชีวิต (vital interest) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
- ฐานสัญญา (contract obligations) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฎิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น
- ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (legal obligations) เป็นการปฎิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
- ฐานประโยชน์อันชอบธรรม (legitimate interest) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
- เพื่อประโยชน์สาธารณะ (Public interest) เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือการใช้สิทธิของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ
- ฐานจดหมายเหตุ/วิจัย/สถิติ (Archives/Research/Statistic) เป็นการจำเป็ฯเพื่อการศึกษาวิจัยและสถิติ
- วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า เพื่อวัตถุประสงค์อย่างหนึ่งหรือมากกว่านั้นดังต่อไปนี้
- เพื่อการจัดหาสินค้าและบริการให้แก่ท่าน ยกตัวอย่างเช่น การเข้าทำสัญญาและจัดการความสัมพันธ์ตามสัญญาระหว่างบริษัทกับท่าน เพื่อสนับสนุนและดำเนินกิจกรรมอื่นๆ ทีเกี่ยวข้องกับบริการ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ การให้บริการด้านโลจิสติกส์ โกดังสินค้า พิธีการศุลกากร นำเข้าและส่งออก การให้บริการในฐานะตัวแทนของผู้ส่งสินค้า
- เพื่อการตลาดและการติดต่อสื่อสาร
- เพื่อการติดต่อและสื่อสารกับท่านซึ่งเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือการให้บริการ
- เพื่อการทำงานของเวปไซด์
- เพื่อการบริหารจัดการทางด้านไอที
- เพื่อสนับสนุนการปรับโครงสร้างของกิจการ (เช่น ควบโอนกิจการ การได้มาซึ่งหุ้น/สินทรัพย์ หรือการขายสินทรัพย์ เป็นต้น)
- เพื่อบริหารจัดการด้านภาษีอากร เช่น การออกใบกำกับภาษี ฯลฯ
- เพื่อการปกป้องสิทธิหรือการใช้สิทธิตามสัญญาและสิทธิตามกฎหมายและมูลหนี้ต่างๆ
- เพื่อการพัฒนาการดำเนินธุรกิจและการให้บริการของบริษัท
- เพื่อปฎิบัติตามกรณีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมข้างต้น
กิจกรรมข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่าง ไม่ได้ครอบคลุมในประเด็นต่างๆ ทั้งหมด โดยบริษัทอาจจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่คล้ายคลึงหรือเกี่ยวข้องตามกฎหมายและกฎหมายระเบียบต่างๆ
- บริษัทเก็บรวมรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้อย่างไร ?
บริษัทอาจเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนของลูกค้า คู่ค้า ลูกค้าใหม่ ได้ในหลายช่องทาง บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณมาจากบุคคลที่สาม พันธมิตรทางธุรกิจ สมาคม มูลนิธิ ผู้ให้บริการ หรือหน่วยงานภาครัฐ ในกรณีที่ลูกค้าเข้าชมเว๊บไซด์ของบริษัท บริษัทจะเก็บรวมรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยอัตโนมัติผ่านการใช้คุกกี้ (Cookies) หรือเทคโนโลยีอื่นๆ
- ความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคล
โดยทั่วไปแล้ว บริษัทจะได้รับข้อมูลส่วนบุคคลมาจากท่าน และเพื่อที่จะมั่นใจได้ว่า ข้อมูลของท่านนั้นเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์และถูกต้อง ท่านกรุณาแจ้งบริษัทให้ทราบในกรณีที่ข้อมูลของท่านได้มีการเปลี่ยนแปลง โดยท่านอาจแจ้งบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษรหรืออิเมล์ โดยมีรายละเอียดการติดต่อข้างท้ายนี้
- การเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทอาจเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าได้ดังต่อไปนี้
- กลุ่มบริษัทหรือบริษัทในเครือ – บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลกับบริษัทในเครือไม่ว่าบริษัทในเครือนั้นจะตั้งอยู่ในประเทศไทยหรือต่างประเทศ เพื่อการบริหารและจัดการเกี่ยวกับการให้บริการของเรา ซึ่งรวมถึงการขายและการทำการตลาด
- บุคคลภายนอกซึ่งเป็นผู้ให้บริการหรือตัวแทนต่างๆ – บริษัทอาจจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลภายนอกซึ่งเป็นผู้ให้บริการแก่บริษัท เมื่อบริษัทได้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลภายนอก บริษัทจะดำเนินการเปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลภายนอกบนหลักการรับทราบข้อมูลเท่าที่ควรจะรู้ ตลอดจนเงื่อนไขตามสัญญา และคำสั่งใดๆในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
ในการให้บริการต่างๆ นั้น ผู้ให้บริการอาจเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อย่างไรก็ตาม บริษัทจะให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่ผู้ให้บริการของบริษัทเพียงเท่าที่จำเป็นสำหรับการให้บริการดังกล่าวเท่านั้น และจะขอให้ผู้ให้บริการไม่ใช้ข้อมูลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์อื่นแต่อย่างใด
- พันธมิตรทางธุรกิจ – อาจมีการเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลอื่นๆ ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงซึ่งความเป็นเจ้าของไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนของบริษัท ยกตัวอย่างเช่น การซื้อขายหุ้นหรือสินทรัพย์ของบริษัท การควบรวมกิจการหรือกิจการร่วมค้า โดยคู่สัญญาจะต้องผูกพันตามสัญญาหรือมีหน้าที่หรือข้อกำหนดใดๆ ในการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนตามนโยบายฉบับนี้
บริษัทอาจจะโอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปยังพันธมิตรทางธุรกิจของเราในธุรกิจต่างๆ เช่น โลจิ สติกส์ โกดังสินค้า ชิปปิ้ง ตัวแทนออกของ เป็นต้น
- สมาคมหรืองค์กรต่างๆ – บริษัทอาจมีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับสมาคมต่างๆ เช่น สมาคมตัวแทนออกของ สมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย ฯลฯ
- ที่ปรึกษาต่างๆ – ยกตัวอย่างเช่น ผู้ตรวจสอบบัญชี ทนายความ ที่ปรึกษาด้านโลจิสติกส์
- การโอนข้อมูลส่วนบุคคลออกจากประเทศไทย
บริษัทอาจโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศ ซึ่งต่างประเทศนั้นอาจจะมีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลที่แตกต่างกันไป อย่างไรก็ตาม บริษัทจะโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ (รวมถึงกลุ่มบริษัท หรือบริษัทในเครือที่อยู่ในต่างประเทศ) ให้สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองความเป็นส่วนตัว โดยมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ
นอกจากนั้น บริษัทอาจจะส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลออกไปยังต่างประเทศ ภายใต้ข้อยกเว้น พรบ.คุ้มครองข้อมูลฯ ดังต่อไปนี้
- เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย
- ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางที่รับข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว
- เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น
- เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ
- เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือบุคคลอื่น เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้
บริษัทอาจโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งอยู่ต่างประเทศและอยู่ในเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกันเพื่อการประกอบกิจการหรือธุรกิจร่วมกัน โดยบริษัทกำหนดให้มีนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจะรวมถึงหลักการทั่วไปในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และบริษัทจะจัดให้มีมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมสามารถบังคับตามสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้
บริษัทจะดำเนินการตามขั้นตอนและมาตรการต่างๆ เพื่อทำให้ท่านมั่นใจได้ว่าการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะถูกโอนอย่างปลอดภัยและบุคคลที่รับโอนข้อมูลนั้นมีระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม
- ระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล หรือตามที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องได้บัญญัติหรือกำหนดไว้
บริษัทจะหยุดการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล หรือนำข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องของท่านออกจากฐานข้อมูลในทันทีที่การจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวนั้นไม่มีความจำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล และไม่มีความจำเป็นตามกฎหมายและทางธุรกิจ
- สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
พรบ.คุ้มครองข้อมูลฯ บัญญัติสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้ดังต่อไปนี้
- สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล – เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้เพื่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของท่าน บริษัทขอสงวนสิทธิขอให้ท่านพิสูจน์ตัวตนของท่านก่อนจะให้ท่านเข้าถึงข้อมูล
- สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง – เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล แก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง หรือเพิ่มเติมข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์
- สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล (หรือเรียกอีกว่า สิทธิที่จะถูกลืม) – เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ ยกเว้นในกรณี การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวของบริษัทนั้นเป็นไปเพื่อการปฎิบัติตามกฎหมาย หรือเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย เพื่อการใช้ หรือการปกป้องสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
- สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล – เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้ ในบางกรณี
- สิทธิในการให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล – เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนจากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ ไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น
- สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม – กรณีที่ท่านได้ให้ความยินยอมบริษัทในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ที่ได้ให้ไว้ ท่านมีสิทธิที่จะเพิกถอนความยินยอมของท่านได้ตลอดเวลา
- การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งมาตรการทางเทคนิคและมาตรการทางองค์กร เพื่อสร้างความมั่นใจในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในระดับที่เหมาะสม
เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ บริษัทได้จัดให้มีการบริหารงานที่เหมาะสม ทั้งมาตรการทางองค์กร กายภาพและทางเทคนิค ยกตัวอย่างเช่น การลงโปรแกรมต่อต้านไวรัสที่ทันสมัย การเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) และการใช้อุปกรณ์ป้องกันความเป็นส่วนตัวเพื่อที่จะทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งบริษัทจัดเก็บและส่งต่อปลอดภัย นอกจากนั้น บริษัทจะทำการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลทั้งภายในองค์กรและบุคคลที่สามซึ่งมีอำนาจให้บริการแก่บริษัท ตลอดจนตัวแทนต่างๆ โดยการเปิดเผยนั้นอยู่บนพื้นฐานที่บุคคลดังกล่าวควรจะรู้เท่านั้น
- เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทอาจจัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อการดำเนินกิจกรรมของบริษัทในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย จำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลหรือระบบอย่างสม่ำเสมอ โดยเหตุที่มีข้อมูลส่วนบุคคลเป็นจำนวนมาก
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ให้คำแนะนำบริษัทเกี่ยวกับการปฎิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ตลอดจนกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะคุ้มครองความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล หน้าที่ของเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนั้นรวมถึงแต่ไม่จำกัดแต่หน้าที่ในการประสานงานและให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง และมีหน้าที่ในการจดทะเบียน แจ้ง และปฎิบัติตามข้อกำหนดใดๆ ภายใต้พระราชบัญญัตินี้
- การติดต่อ
ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีคำถามใดๆ เกี่ยวกับนโยบายฉบับนี้ หรือมีคำถามเกี่ยวกับการดำเนินการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของลูกจ้าง ท่านสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ เบอร์โทรศัพท์ 038-348134-5ต่อ 416,403,401 ระหว่างเวลา 09.00 – 17.00 (ยกเว้นวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ในประเทศไทย) หรือติดต่อทางอิเมล์ได้ที่ privacy.policy@fast.co.th
ในกรณีที่มีการแก้ไขข้อมูลล่าสุดหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า คู่ค้า หรือลูกค้าใหม่ ท่านโปรดแจ้งบริษัท ซึ่งบริษัทจะได้ดำเนินการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน
- การแก้ไขและเปลี่ยนแปลง
บริษัทอาจแก้ไขนโยบายนี้ได้เป็นระยะ โดยไม่ต้องแจ้งท่านล่วงหน้า ท่านสามารถพิจารณาการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายฉบับนี้โดยพิจารณาได้จากวันที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายฉบับนี้ อนึ่ง นโยบายที่ได้รับการแก้ไขปรับปรุงแล้วจะถูกเผยแพร่ในเว็บไซด์นี้ การที่ท่านยังคงใช้งานเว็บไซด์ของบริษัทต่อไป สามารถพิจารณาได้ว่าท่านยอมรับนโยบายฉบับนี้แล้ว
โดยในบางครั้ง บริษัทอาจจะแนะนำท่านถึงการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลหรือการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่สำคัญ ตามที่กฎหมายได้กำหนดไว้
นโยบายฉบับนี้ได้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2565
